http://www.varunee-raikhing.com  
 หน้าแรก  บทเรียนออนไลน์  กระดานถามตอบ  สมาชิก  เกี่ยวกับเรา  สมุดเยี่ยมชมเว็บ  ติดต่อเรา
ค้นหา   ประเภทการค้นหา 

วันนี้ : 25 ก.ค. 2557
SuMoTuWeThFriSat
01 02 03 04 05
06 07 08 09 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31

เมนูสมาชิก
 Username
 Password

   Lost Password
   Register
Menu
หน้าแรก
ข่าวสารจากโรงเรียน
บทความ
ปฏิทินกิจกรรมรายเดือน
ปฏิทินกิจกรรมรายปี
ภาพกิจกรรม
ผลงานนักเรียน
ดาวน์โหลด
Web Links
ถาม/ตอบ
แผนที่โรงเรียนวัดไร่ขิง
Link Banner
เว็บแนะนำ
กบนอกกะลา
สวนจิตรลดา
ครูบ้านนอก
ครูไทย
หลักสูตรแกนกลาง
คปภ.นครปฐม
Guru Online
สพท.นครปฐม เขต 2
สพท.นครปฐมเขต 1
สหวิชา ดอทคอม
งานประเมิน อ.วารุณี c9
Varunee Blog
บทเรียน E - Learning
รวมเว็บวิทยาศาสตร์
แบบฝึกวิทย์ ประถมต้น
สวทช.
กระทรวงวิทยาศาสตร์
วิชาการดอทคอม


[ รวบรวมเว็บแนะนำ ]
ผลงานนักเรียน
อบรมยุวมัคคุเทศก์
อบรมยุวมัคคุเทศก์
วิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ดาว
ดาว
สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม
สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม
พ่อ
พ่อ


[ รวบรวมผลงานนักเรียน ]
เรื่องราวในอดีต
 เลือกกลุ่มข้อมูลที่ต้องการ


  ประวัติทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย

      ในสมัยปลายศตวรรษที่ 19 มีการค้าขายในย่านเอเซียตะวันออกกันอย่างมาก   ญี่ปุ่น, อังกฤษ และอเมริกา ก็ได้มาตั้งเขตเช่าของตนในประเทศจีนกันแล้ว และเขตไซบีเรียก็อยู่ห่างจากกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ขนาดทหารม้าคอสแซก และบรรดาม้าเร็ว นั่งเลื่อน และขี่ม้าตามถนนดิน จากไซบีเรียมาเมืองหลวงต้องใช้เวลา1ปีขึ้นไป ทำให้ทหารม้าคอสแซ็กเหล่านี่อยู่เหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เป็นอันตรายต่อจักรวรรดิรัสเซียอย่างยิ่ง

     ดังนั้นพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่3 มีพระบรมราชนุมัติให้สร้างทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียเชื่อมเมืองท่าวลาดิวอสต็อกซึ่งใช้ได้ตลอดปี กับนครมอสโคว์(มอสควา)และ กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กขึ้น โดยให้ซาเรวิชนิโคไลอเล็กซานโดรวิช(พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2) เสด็จฯ วางศิลาฤกษ์ที่วลาดิวอสต็อก เมื่อเวลา 10 นาฬิกาของวันที่ 19 พฤษภาคม 1891 (พ.ศ. 2434) หลังจากมีพระราชดำริให้สร้างทางหลังจากที่ได้รับใบบอกจากบรรดาผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตไซบีเรียว่ามีความยากลำบากเพียงไหน

     การสร้างทางรถไฟสายนี้ได้ใช้โดยใช้เงินกู้ฝรั่งเศสสร้างขึ้น และระดมบรรดานักโทษการเมือง ทหาร ชาวไร่ชาวนา คนงานรถไฟ หลายงวด บางงวดถึงเกือบแสนคน (89000 คน) มาสร้างทางนี้ได้ ถ้าคิดรวมๆ ก็หลายแสนคน สะพานเล็กๆ ก็ใช้ไม้สนในป่าสร้างเอา แต่สะพานใหญ่ต้องขนเหล็กและเครื่องมือโดยใช้เลื่อนไปตามถนนดิน และ เรือ ขนส่งวัสดุและอุปกรณ์ไปให้คนงาน   เป็นที่น่าเสียดายที่ข้อมูลงบประมาณการซ่อมสร้างทางรถไฟในช่วงคอมมิวนิสต์นั้นเชื่อถือได้ยาก ที่น่าเชื่อถือได้ก็สมัยพระเจ้าซาร์ แม้ว่าจะมีการคอรัปชั่นงบประมาณไปบ้างก็ตาม

สมัยพระเจ้าซาร์นั้น ต้องใช้งบและเงินกู้สร้างทางดังนี้:
1) ในแดนรัสเซียไป 526,832,000 รูเบิลทองคำ
2) สายผ่านแมนจูเรียไป 410,388,000 รูเบิลทองคำ
3) สายใหม่ที่เลี่ยงเมืองจีน 518,193,000 รูเบิลทองคำ
รวมเบ็ดเสร็จ (พร้อมค่าใช้จ่ายนอกรายการ): 1,455,413,000 รูเบิลทองคำ
(เหรียญ 15 รูเบิลทองคำ (1 Imperial) สมัยนั้น แลกเงินฝรั่งเศสได้ 40 ฟรังก์ทองคำ และเงินบาทตราอาร์มได้ 20 บาทซึ่งเท่ากับเงินเดือนข้าราชการชั้นเสมียน)

     ขณะนั้นรัสเซียมีทางรถไฟจากกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิรก์ไปถึงเอกาเตริน เบิร์ก(เมืองในเขตไซเรียซึ่งเป็นที่ปลงพระชนม์พระเจ้าซาร์นิโคลัส และ พระราชวงศ์) ตั้งแต่ปี 1878(พ.ศ. 2421) จึงได้มีขยายทางไปตะวันออก ถึงเมือง Omsk ปี 1894 ถึง Irkuts และทะเลสาบไบคาล  ถึงเมืองวลาดิวอสต็อกเมื่อ 1901 (พ.ศ. 2444) แต่กระนั้นผู้โดยสารต้องนั่งเรือกลไฟตัดน้ำแข็ง ข้ามทะเลสาบไบคาล กว่าจะมีทางรถไฟลัดเลาะทะเลสาบได้ก็ 18 กันยายน (1 ตุลาคม) 1904 (2447)

     อย่างไรก็ตาม, เส้นทางดังกล่าวต้องผ่านแดนจีน (มณฑลเฮยหลงเจียง - แมนจูเรีย) ซึ่งได้ก่อความยุ่งยากในการส่งกำลังบำรุงเมื่อเกิดสงครามกับญี่ปุ่น ปี 1905 ซึ่งคราวนั้นกองทัพรัสเซียพ่ายกองทัพญี่ปุ่นอย่างยับเยิน แต่ญี่ปุ่นก็กระสุนดินดำเกือบหมดประเทศ ทำให้พระเจ้าซาณ์นิโคลัสที่ 2 มีพระบรมราชานุมัติให้สร้างเส้นทางสายใหม่ที่ไม่ผ่านเข้าแดนจีนเมื่อปี 1907 กว่าจะได้สายไปวลาดิวอสต้อกโดยไม่ผ่านแดนจีน (สายร็อสซียา - ผ่านคาบาร็อฟสก์) ก็วันที่ 5 ตุลาคม (18 ตุลาคม), 1916 (พ.ศ. 2459) ขณะที่รัสเซียกำลังติดพันสงครามโลกครั้งที่1อยู่ งานชิ้นสุดท้ายที่ทำสำเร็จคือการสร้างสะพานข้าแม่น้ำอาร์มูร์ (Armur) ยาว 3 กิโลเมตร

     ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-18) และ สงครามกลางเมืองรัสเซีย (1918-1921), ทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียอยู่ในสภาพเสียหายยับเยิน สะพานใหญ่อย่าง Irtysh และ Amur ขาดกลาง ท่านผู้นำเลนินเลยมีบัญชาให้ซ่อมแซมทางรถไฟและสะพาน กว่าจะเปิดใช้งานได้ใหม่ก็เดือนมีนาคม 1925

     ในสมัยคอมมิวนิสต์นั้น, ได้มีการออกงบประมาณให้กระทรวงรถไฟรัสเซียซ่อมสร้างทางไฟสายทรานส์ไซบิเรียดังนี้
1) ซ่อมทางรถไฟให้ใช้การได้ (1922 - 1925),
2) ฟื้นฟูเส้นทาง และ สร้างทางคู่ขนานให้เป็นระบบรางคู่ ตามแผน 5 ปี (1932 - 1937),
3) ติดตั้งระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ายกแรก (1952 - 1963)
4) ติดตั้งระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ายกที่ 2 (1979 - 1991)
ในสมัยคอมมูนิสต์ได้มีการสร้างทางรถไฟไปปักกิ่งสายใหม่ที่ตัดผ่านมองโกเลีย เริ่มสร้างแต่ปี 1940 มาเสร็จเอาก็ปี1956 (2499)

     ปัจจุบัน รถไฟสายทรานส์ไซบีเรียที่ไปจากวลาดิวอสต็อกไปสุดที่สถานี Yaroslavski (มีรถไฟใต้ดินสายสีแดงผ่าน) ในกรุงมอสโคว์มี Terminal หลายแห่ง เช่นที่ Byelorruski สำหรับรถไฟจากกรุงเบอร์ลิน ผ่านประเทศไบโลรัสเซีย, สถานี Leningradski Vokzal สำหรับรถไฟจากกรุงมอสโคว์ไปนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (รถไฟสาย 'Krasnaya Strela' หรือรถไฟสายธนูแดง) ทุกสถานีมีรถไฟใต้ดินมอสโคว์อันลือชื่อผ่านทั้งสิ้น

     ทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย ถือว่าเป็นหัวใจหลักของระบบรถไฟรัสเซีย ที่ขนทั้งสินค้าและผู้คน    เส้นทางนี้เริ่มติดตั้งระบบไฟฟ่าขับเคลื่อนเมื่อปี 1929 (พ.ศง 2472) ตามแผนพัฒนา 5ปี ฉบับแรกของจอมเผด็จการสตาลิน ในตอนแรก (1929-1959) ก็ใช้ไฟตรง 3 KV   แต่เปลี่ยนมาใช้ไฟสลับ 25 KV ที่เปลืองกระแสน้อยกว่าและส่งได้ไกลกว่าเมื่อปี 1959 แต่กว่าจะใช้ระบบไฟฟ้า 25 KV ครบทั้งเส้นทางก็ วันที่ 25 ธันวาคม 2002 สมัยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ปูติน

      ปัจจุบันสายเก่าคือสายปักกิ่ง มอสโคว์ ผ่านแมนจูเรียหรือทรานสแมนจูเรีย สายที่ตัดผ่านแดนจีนเป็น สายที่ช่วยให้จีนมีรายได้มาใช้หนี้สงครามกับญี่ปุ่น

     สำหรับประเทศไทย สมัยก่อนการประกาศสงครามโลกครั้งที่ 1 (22 กรกฎาคม 2460) และปฏิวัติตุลาคมแดง(ตุลาคม-พฤศจิกายน 2460)นั้น นักเรียนไทยที่ไปเรียนที่รัสเซียและเยอรมันนั้นมีมากกว่าที่ฝรั่งเศสและอังกฤษรวมกันเสียอีก เวลากลับประเทศสยามก็จะนั่งรถไฟจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กไปวลาดิวอสตอกค์  แล้วนั่งเรือกลไฟไปโยโกฮามาหรือเซี่ยงไฮ้ ก่อนขึ้นเรือไปสิงค์โปร์แล้วต่อเรือที่สิงค์โปร์กลับกรุงเทพ   นอกจากนี้ที่เยอรมันมีรถไฟวิ่งจากเบอร์ลินไปมอสโคว์ด้วย ทำให้นักเรียนไทยในเยอรมันสมัยก่อน(ก่อนปี 2457) ก็ใช้บริการรถไฟทรานส์ไซบีเรียด้วย







รถไฟสายทรานส์ไซบีเรียใน 3 เส้นทาง

     มอสโกว์(Moscow) - วลาดิวอลสต๊อก(Vladivostok)   - ออกเดินทางสัปดาห์ละ 1 ขบวน ออกจากสถานีต้นทางตั้งแต่เวลา 17.16น. ด้วยขบวนรถที่ชื่อว่า "Rossiya". ขบวนที่ 2 วิ่งจากมอสโกว์ - วลาดิวอลสต๊อก.ขบวนที่ 1 วิ่งจากวลาดิวอลสต๊อก - มอสโกว์   เส้นทางสายนี้เป็นสายที่ยาวที่สุดจากทั้งหมด 3 เส้นทาง   มีระยะทางรวม 9,258 กิโลเมตร หรือ 6,152 ไมล์. ตู้โดยสารชั้น2 มี 4 เตียง/ห้อง(เรียกว่า "kup")   ส่วนตู้โดยสารชั้น1 มี 2 เตียง/ห้อง(เรียกว่า "spalny " "SV") และตู้เสบียง. ค่าโดยสารเที่ยวเดียวอยู่ระหว่าง 60 - 186 สำหรับตู้ชั้น2   และ103 - 400 สำหรับตู้ชั้น1

     มอสโกวส์(Moscow) - ปักกิ่ง(Beijing)   - อย่างไรก็ตาม  ยังมีเส้นทางสำคัญๆอีกเส้นทางหนึ่ง นอกเหนือจากเส้นทางสายมอสโกว์ - วลาดิวอลสต๊อกแล้ว   เส้นทางที่นักท่องงเที่ยวนิยมเดินทางไปมอสโกว์มากที่สุด คือ สายทรานส์มองโกเลีย(Trans-Mongolian) และสายทรานส์แมนจูเรีย(Trans-Manchurian) มีสถานีปลายทางอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน.  ขบวนรถออกจากปักกิ่ง 2 ขบวนต่อสัปดาห์   โดยที่ขบวนหนึ่งวิ่งผ่านแคว้นแมนจูเรียในประเทศจีน และอีกขบวนหนึ่งวิ่งผ่านประเทศมองโกเลีย   ขบวนรถไฟทั้ง 2 ขบวนเป็นของประเทศจีน

     มอสโกวส์(Moscow) - ปักกิ่ง(Beijing) สายทรานส์มองโกเลีย  - เส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางที่น่าสนใจมากที่สุด ออกเดินทางจากมอสโกว์เวลา 21.57น. ทุกๆวันอังคารของแต่ละสัปดาห์. รถขบวนที่ 4 วิ่งจากมอสโกว์ - ปักกิ่ง และขบวนที่ 3 วิ่งจากปักกิ่ง-มอสโกว์   มีระยะทางรวม 7,621 กิโลเมตร หรือ 4,735 ไมล์ ใช้เวลาเดินทาง 6 วัน. ขบวนรถไฟเป็นของการรถไฟประเทศจีน วิ่งผ่านประเทศมองโกเลียและทะเลทรายโกบีก่อนที่จะเข้าเขตประเทศจีน และจะวิ่งผ่านกำแพงเมืองจีน(Great Wall of China)ก่อนเข้ากรุงปักกิ่งอีกด้วย. ขบวนรถมีตู้โดยสารเดอะลุคซ์ ชั้น2 ขนาด 2 เตียง พร้อมห้องน้ำในตัว   ตู้โดยสารชั้น1 ขนาด 4 เตียง/ห้อง  และตู้โดยสารชั้น2 ขนาด 4 เตียง/ห้อง. ค่าโดยสารรถไฟอยู่ที่ 144 ยูโรและ 355 ยูโรสำหรับตู้ชั้น2 ขนาด 4 เตียง

     มอสโกวส์(Moscow) - ปักกิ่ง(Beijing) สายทรานส์แมนจูเรีย  - ขบวนรถที่ใช้โดยสารเป็นของประเทศรัสเซีย ออกจากมอสโกว์เวลา 23.53น. ทุกๆวันศุกร์ของแต่ละสัปดาห์. รถขบวนที่ 20 วิ่งจากมอสโกว์ - ปักกิ่ง และขบวนที่ 19 วิ่งจากปักกิ่ง-มอสโกว์   มีระยะทางรวม 8,986 กิโลเมตร หรือ 5,623 ไมล์ ใช้เวลาเดินทาง 6 วัน. ขบวนรถมีตู้โดยสารชั้น1 ขนาด 2 เตียง/ห้อง และขนาด 4 เตียง/ห้องในตู้ชั้น2. ค่าโดยสารรถไฟมีราคาใกล้เคียงกับสายทรานส์-มองโกเลีย


Credit : http://www.geocities.com/railsthai/siberia.htm

เส้รทางรถไฟนี้ยาวถึงครึ่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียวเพราะฉนั้นเราสามารถมองเห็นได้จากดวงจันทร์ !!!

[ หน้าหลัก ] [ เรื่องราวในอดีตทั้งหมด ]
 
  Copyright © 2009 varunee-raikhing.com 
  จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซด์ 477941 ท่าน.
website tracker